วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ทำไมต้องสวนล้างพิษตับด้วยกาแฟ

เหตุผลที่ต้องสวนล้างพิษตับด้วยกาแฟ




ในร่างกายมีสารพิษ ท็อกซิน(Toxin) ที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมี จากการกินอาหารผิดๆ อาหารอร่อยๆที่ไม่มีประโยชน์ จากสิ่งแวดล้อมที่มีมลพิษ จากยาที่กินเข้าไปทุกๆวัน 
พิษที่เกิดขึ้นตลอดเวลา จนร่างกายมีสารพิษสะสมมากเกินขนาด ร่างกายก็จะส่งสัญญาณอันตราย ให้รู้สึกไม่สบาย ปวด เมื่อย เดินเหินติดๆขัดๆ
ตามีรอยแดงซ้ำอักเสบ แสบจมูก แสบคอ คอแดง ร้อนในคอ ลิ้นสีแดงช้ำๆ
ปวดเมื่อย
อาการอย่างนี้เป็นอาการที่มีพิษสะสมอยู่ในร่างกาย
แพทย์ทางเลือก น.พ แม็กซ์ เกอร์สัน แนะนำให้สวนล้างพิษทางลำไส้ใหญ่ด้วยกาแฟ
ลองทำดูถ้าทำแล้วรู้สึกตัวเบา ตามีแวว ปากคอหายร้อน แสดงว่าวิธีเหมาะสำหรับคุณ จะทำประจำเช้า เย็น ตามคำแนะนำของ 
นายแพทย์ ฮิโรมิ ชินยะ 
 “ผมสวนล้างลำไส้ใหญ่ด้วยกาแฟเช้า-เย็น เป็นเวลา 30 ปีแล้ว วันไหนไม่ได้ทำก็ยังขับถ่ายได้ตามปกติ และไม่เคยท้องผูกเพราะไม่ได้สวนล้างลำไส้ใหญ่ ผมดูลำไส้ใหญ่ของคนไข้ผ่านกล้องส่องลำไส้นับพันรายที่ทำการสวนล้างลำไส้ใหญ่ด้วยกาแฟ พบว่าโหวเฮงลำไส้ใหญ่ของพวกเขาสวยงามมาก และการทำงานของลำไส้ก็เป็นปกติด้วย”








การสวนล้างพิษทางลำไส้ใหญ่ด้วยกาแฟ
ทำเพื่อขับของเสียและช่วยให้ลำไส้ใหญ่ทำงานได้ดีขึ้น
ทำเพื่อกระตุ้นการทำงานของตับทำให้การรักษาโรคมะเร็งได้ผลดียิ่งขึ้น
ตับสร้างน้ำดีไว้ย่อยไขมันทำให้ดูดซึมไขมันได้ง่ายขึ้น
ตับกำจัดพิษและของเสียที่ส่งมาจากทั่วร่างกาย รวมของเสียที่รับจาก   ภายนอกร่างกายเช่นเหล้า บุหรี่ สารเคมี ผงชูรส สารกันบูด สี กลิ่นสังเคราะห์ สารพิษและของเสียที่ถูกย่อยสลายในตับจะไหลไปตามท่อน้ำดี ลงลำไส้เล็กส่วนต้นไปกับน้ำดีขับออกพร้อมอุจจาระ
สารคาเฟอีนจะขยายท่อน้ำดีและทำให้แรงบีบของถุงน้ำดีแรงขึ้นทำให้สารพิษและของเสียไหลออกไปลำไส้ใหญ่ได้เร็วขึ้น





วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560

อาการเจ็บหน้าหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด

       แบบที่ 1. เจ็บแบบไม่ด่วน (stable angina) ซึ่งเกิดจากหลอดเลือดค่อยๆตีบลงจนได้ที่ แต่ไม่ถึงกับอุดตัน แบ่งอาการสามอย่างคือ
(1) เจ็บตื้อๆกลางหน้าอก
(2) เจ็บมากขึ้นถ้าออกแรง
(3) ดีขึ้นถ้าพักหรืออมยา
แต่บางทีก็มีเหมือนกันที่มันเจ็บแบบแปลกไป (Atypical angina) คือเป็นอาการอ้อมๆ เช่น แน่นลิ้นปี่หรือท้องคล้ายอาหารไม่ย่อย หอบเหนื่อยหายใจไม่อิ่ม เวียนหัวหน้ามืดเป็นลม แต่อาการที่ต้องมีคือถ้าออกแรงมากจะเป็นมากขึ้น ต่อเมื่อพักหรืออมยาแล้วจึงจะหาย
  

แบบที่ 2. เจ็บแบบด่วน (unstable angina) ซึ่งเกิดจากมีลิ่มเลือดมาอุดตันหลอดเลือดตรงที่มันตีบอยู่ก่อนแล้ว อาการมีสามอย่างคือ
(1) เจ็บนานต่อเนื่องนานเกิน 20 นาทีก็ไม่หาย
(2) เพิ่งเจ็บเป็นครั้งแรกก็เจ็บแรงเลย
(3) เจ็บแบบเพิ่มขึ้นๆ
     คนที่เจ็บแบบด่วนนี้หากตรวจคลื่นหัวใจจะเห็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และหากเจาะเลือดจะพบมีเอ็นไซม์หัวใจออกมาเพราะกล้ามเนื้อหัวใจเริ่มตายซึ่งเป็นกรณีฉุกเฉินสุดๆ ต้องรีบไปโรงพยาบาล







ถ้ามีอาการหัวใจล้มเหลวท่านต้อง






1 ลดน้ำหนักตัวลง ดัชนีมวลกายควรอยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 23
2 ชั่งน้ำหนักทุกวัน   หากน้ำหนักเพิ่มเกิน 1 กิโลกรัมในหนึ่งวัน แสดงว่ามีการสะสมน้ำในร่างกายมากผิดปกติ ต้องรีบหารือแพทย์ที่รักษาอยู่ มิฉะนั้นอาการจะทรุดลงเร็วและแก้ไขยาก
3 คุมความดันเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ตัวบนไม่เกิน 130 มิลลิเมตรปรอท  ความดันเลือดสูงเป็นสาเหตุหลักของหัวใจล้มเหลว
จึงงควรมีเครื่องวัดความดันอัตโนมัติมาไว้ที่บ้าน แล้ววัดสักสัปดาห์ละครั้ง และปรับยาลดความดันตามความดันที่วัดได้โดยปรึกษากับแพทย์ผู้รักษา
 4 ลดเกลือ ไม่กินอาหารเค็ม กินยิ่งจืดยิ่งดี
  5 ดื่มน้ำไม่ให้เกินวันละ 2 ลิตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังอาหารเย็นไปถึงก่อนนอนควรจำกัดน้ำไม่ให้ดื่มมาก จะดื่มน้ำมากได้ก็เฉพาะเมื่อออกกำลังกายมาและเสียเหงื่อมากเท่านั้น
6 ออกกำลังกายทุกวัน การออกกำลังกายในคนเป็นหัวใจล้มเหลวนี้ต้องทำให้มากที่สุดตามกำลังของแต่ละวัน แต่ต้องไม่ถึงขนาดหมดแรงพังพาบ การออกกำลังกายเป็นวิธีเดียวที่จะให้คนเป็นหัวใจล้มเหลว มีการทำงานของหัวใจดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ถ้าท่านป่วยแล้วได้รับคำแนะนำอย่างนี้จะทำอย่างไร
“โชคดีนะที่ทำบอลลูนเส้นเลือดหัวใจได้ทัน
นี่หมอคงให้ยาละลายลิ่มเลือดมาแล้ว
แต่ที่คนไข้ยังมีอาการง่วนนอนทั้งวันโดยเฉพาะหลังกินข้าว
แสดงว่าเลือดยังไปเลี้ยงสมองไม่ดีควรกินสมุนไพรตัวนี้หมอสกัดเองใช้ได้ผลมากๆ”

ท่านทั้งหลายครับหลังอาหารโดยเฉพาะมื้อเที่ยง ตามธรรมชาติเลือดจะมาที่กระเพาะลำไส้เป็นจำนวนมากเพื่อมาดูดซึมสารอาหาร เป็นเหตุให้เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลงเป็นเหตุให้มีอาการงวงนอนมากน้อยตามแต่ความแข็งแรงของร่างกาย
และถ้าอาการหัวใจขาดเลือดยังไม่ได้แก้ไข กล้ามเนื้อหัวใจก็จะขาดเลือดทำให้มีอาการแน่นหน้าอก เจ็บมีเหงื่อเม็ดใหญ่ๆเต็มหน้า ศีรษะ เขาถึงห้ามกินอิ่มเกินไปในกรณีที่ยังไม่ได้รับการรักษา หรือให้กินยาขยายหลอดเลือดก่อนอาหาร

ยังมีปัญหาว่าเป็นหัวใจขาดเลือดแล้วดื่มน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นทุกวันจะดีไหม ถ้าตอบตามความรู้แพทย์แผนปัจจุบันก็ต้องบอกว่าจะทำให้ตายเร็วขึ้น
เพราะปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้คนไข้หัวใจขาดเลือดตายเร็วขึ้นคือการมีไขมันในเลือดสูง ดังนั้นน้ำมันที่จะใส่เข้าไปทางปากทุกชนิดทีละมากๆจึงเป็นของแสลงสำหรับโรคนี้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันชนิดไหน อิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัว หรือสกัดมาแบบเย็นหรือแบบร้อน เพราะไขมันก็คือไขมัน ขึ้นชื่อว่าเป็นไขมันแล้วก็ล้วนให้แคลอรี่มากเป็นสองเท่าของคาร์โบไฮเดรตที่ทำให้อ้วนและไขมันในเลือดสูงได้ทั้งนั้น
ให้ถือเอาตามวงการแพทย์กระแสหลักซึ่งยังถือเอาตามหลักฐานดั้งเดิมว่าไขมันอิ่มตัวเป็นไขมันก่อโรค ดังนั้น คนอื่นที่ไขมันในเลือดของเขายังไม่สูง เขาจะดื่มน้ำมันมะพร้าวทุกวันก็ช่างก็เขาเถอะ แต่คนที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ  ควรลดไขมันในเลือดด้วยการทานอาหารไขมันต่ำและแคลอรี่ต่ำ มีผักผลไม้แยะๆ มีกากมากๆดีกว่า อย่าดื่มน้ำมันมะพร้าวเลยท่าน







ถามว่ากระเทียมอัดเม็ด หญ้านางแคปซูล จะรักษาโรคหัวใจขาดเลือดได้ไหม แพทย์กระแสหลักว่าไม่มีหลักฐานวิจัยใดๆบ่งชี้ว่ามีฤทธิ์อย่างนั้น
ดังนั้นถ้าจะกินกระเทียม กินหญ้านาง กินตามธรรมชาติสดๆไม่ต้องดัดแปลงน่าจะดีกว่า อย่างไรพืชก็เป็นอาหารซึ่งดีต่อร่างกายแน่นอน


วันจันทร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

การกินอาหารยังต้องรู้วิธีกินด้วย

ตามปกติ การกินต้องอาศัยการเคี้ยว ขณะที่ ค่อย ๆ เคี้ยวนั้น ระดับน้ำตาล ในเลือดจะค่อย ๆ สูงขึ้น สมองก็จะได้รับพลังงาน ให้รู้สึกดี อร่อยจัง

การเคี้ยวเป็นการกระตุ้น จากการกระทบกันของปากและขากรรไกร ซึ่งถูกส่งเป็นสัญญาณไปกระตุ้นไฮโพทาลามัสและอะมิกดาลา ที่อยู่ใต้สมองใหญ่ช่วยเพิ่มพลังภูมิคุ้มกัน และการเคี้ยวยังช่วยฟื้นฟูแก้อาการสมองเสื่อมผู้สูงอายุ และเป็นประโยชน์ที่ทำให้ความทรงจำคงอยู่ยาวนาน ไม่หลงๆลืมๆ
ในประเทศญี่ปุ่นพบโดยบังเอิญว่าผู้สูงอายุที่ใส่ฟันปลอมครบชุดทำให้เคี้ยวอาหาร
ได้ดี มีความจำดีขึ้นมาก 
จนเกิดการหาทุนช่วยบริจากฟันปลอมให้กับผู้สูงอายุที่ยากจนเพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุ
เหล่านี้มีสุขภาพดีขึ้น ความจำดีขึ้น




 แต่ปัจจุบันมีอาหารพวกสแน็กไม่ต้องเคี้ยวก็รู้สึกอร่อยได้ เพราะถูกผลิตให้มีรสชาติแบบที่เมื่อเอาใส่ปากจะรู้สึก อร่อยทันทีอาจารย์เดะโอะ มะกอชิ (Hideo Makuuchi) กล่าวไว้ว่าสารปรุงรสที่อยู่ในสแน็กนั้นทำให้แม้ไม่เคี้ยวก็ได้ความรู้สึกเป็นสุขสุดยอดจากการกินส่งไปถึงสมองได้โดยตรง หากกินแต่อาหารประเภทนี้บ่อยๆ สมองจะขาด การกระตุ้นจากการเคี้ยว สมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติก็จะเสียไป มนุษย์เรานั้นเป็นสัตว์โลกที่มีพัฒนาการมาด้วยระยะเวลาอันนานแสนนานตามธรรมชาติถึง3,800 ล้านปี ในธรรมชาติ แทบไม่มีอาหารชนิดไหนที่ได้พลังงานโดยไม่ต้องเคี้ยว อาหาร  1 คำ เคี้ยว 30 ครั้งจะดีต่อสุขภาพมาก ความจริงอาหารสแน็กหรืออาหารจานด่วน (ฟาสฟูด) ถ้าเคี้ยวถึง 30 ครั้ง อาหารในปากจะเละไม่น่ากินอีกต่อไป



     นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดเรื่องของการใช้ของกินเล่นผ่อนคลายความเหนื่อยล้าในสังคมปัจจุบันที่มีแต่ความเครียด ซึ่งกลับได้ผลตรงข้าม เพราะหากกินแต่ของกินเล่น แบคทีเรียที่ดีในลำไส้จะลดลง ภูมิคุ้มกันก็ต่ำลง สมองไม่เพียงแต่สูญเสียการรับรู้รสชาติ ยังมีความเป็นไปได้ที่สมองอาจถูกกระตุ้นไม่มากพอจนเกิดภาวะเสื่อมถอยได้




ต้นทางของชีวิตและการมีสุขภาพที่ดีอยู่ที่อาหารการกิน

อาหารที่ดีที่สุดของมนุษย์คือนมแม่

ความจริงธรรมชาติได้กำหนดไว้แล้วตั้งแต่เกิด คลอดแล้วอยู่รอดเป็นมนุษย์ ธรรมชาติเตรียมนมแม่ไว้ให้ทารก น้ำนมตั้งต้นเป็นน้ำสีเหลืองอ่อนๆฟรั่งเรียก”โคลอสตุ้ม”ที่อุดมไปด้วยภูมิต้านทานที่แม่ส่งไปให้ลูก รวมทั้งแบคทีเรียตัวดีที่จะไปสร้างกรดแลกติกในลำไส้ และสังเคราะห์วิตามินจากกากอาหารให้เป็นวิตามินบี วิตามินเค
ที่สำคัญเมื่อลูกดูดนมที่หัวนมแม่จะเกิดการกระตุ้นให้สมองสั่งการให้มีการหลั่ง ฮอร์โมน ออกซิทอกซิน ที่ทำให้มีการรัดตัวของมดลูกของแม่ให้เข้าอู่ได้เร็วขึ้น และที่สำคัญจะกระตุ้นให้แม่มีสัญชาติญาณแห่งความรักลูกเกิดขึ้น ไม่ว่าคนหรือสัตว์ ธรรมชาติได้กำหนดให้แม่สู้ตายเพื่อรักษาชีวิตลูกน้อย เพราะถ้าไม่มีสัญชาติญาณให้แม่รักลูกปกป้องลูก สัตว์ที่เกิดมาจะตายหมดจากอันตรายรอบข้าง หรือไม่ก็อดตาย


ต้นทางของชีวิตจึงขึ้นอยู่กับอาหารที่มีประโยชน์ตามที่ธรรมชาติได้กำหนดไว้แล้ว







ต้นทางของชีวิตและการมีสุขภาพที่ดีอยู่ที่อาหารการกิน

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์

ความจริงธรรมชาติได้กำหนดไว้แล้วตั้งแต่เกิด คลอดแล้วอยู่รอดเป็นมนุษย์ ธรรมชาติเตรียมนมแม่ไว้ให้ทารก น้ำนมตั้งต้นเป็นน้ำสีเหลืองอ่อนๆฟรั่งเรียก”โคลอสตุ้ม”ที่อุดมไปด้วยภูมิต้านทานที่แม่ส่งไปให้ลูก รวมทั้งแบคทีเรียตัวดีที่จะไปสร้างกรดแลกติกในลำไส้ และสังเคราะห์วิตามินจากกากอาหารให้เป็นวิตามินบี วิตามินเค


ที่สำคัญเมื่อลูกดูดนมที่หัวนมแม่จะเกิดการกระตุ้นให้สมองสั่งการให้มีการหลั่ง ฮอร์โมน ออกซิทอกซิน ที่ทำให้มีการรัดตัวของมดลูกของแม่ให้เข้าอู่ได้เร็วขึ้น และที่สำคัญจะกระตุ้นให้แม่มีสัญชาติญาณแห่งความรักลูกเกิดขึ้น ไม่ว่าคนหรือสัตว์ ธรรมชาติได้กำหนดให้แม่สู้ตายเพื่อรักษาชีวิตลูกน้อย เพราะถ้าไม่มีสัญชาติญาณให้แม่รักลูกปกป้องลูก สัตว์ที่เกิดมาจะตายหมดจากอันตรายรอบข้าง หรือไม่ก็อดตาย
ต้นทางของชีวิตจึงขึ้นอยู่กับอาหารที่มีประโยชน์ตามที่ธรรมชาติได้กำหนดไว้แล้ว

สำหรับมนุษย์ยังต้องมีอาหารใจการกอดลูบสัมผัสจากแม่ พ่อ ด้วย พบว่าเด็กกำพร้าที่เลี้ยงดูตามสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเป็นโรคไหลตายมากกว่าเด็กที่ได้รับการเอาใจใส่จากผู้คนรอบข้าง พ่อแม่ พี่น้อง

วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

การขาดวิตามินบี12 อาจทำให้หัวใจวาย 
ปกติประชาชนทั่ว ๆ ไป จะรู้จักเรื่องของไขมันค่อนข้างดี ในปัจจุบันนี้มีความสนใจเรื่องนี้กันมากและมีการรณรงค์ให้รับประทานอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีไขมันต่ำ เพื่อจะลดอัตราการเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน มีประชาชนจำนวนมาก ไม่รู้ว่าสารโฮโมซีสทีน มีอันตรายต่อหลอดเลือดไม่ได้น้อยกว่าไขมันในเลือดสูงเลย ที่สำคัญแพทย์หลายคนไม่สนใจในเรื่องนี้
ลักษณะอาการผิดปกติเมื่อค่าของสารโฮโมซีสทีนสูงจะมีอาการจะมีลักษณะคล้ายกับอาการของภาวะไขมันในเลือดสูงเหมือนกัน อาจจะมาด้วยเรื่องของอาการเจ็บแน่นหน้าอก
มีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ ทำให้หัวใจวายตายได้ (นักกีฬา หลายคนตายในสนามทั้งๆที่ระดับไขมันในเลือดต่ำมาก
สารโฮโมซีสทีนจะมีอันตรายต่อหลอดเลือดที่มีขนาดเล็กไม่ว่าจะเป็นในหัวใจเองหรือส่วนอื่น ๆ
เช่น ในสมองหรือในไต
ตัวโฮโมนซีสทีนที่อยู่ในกระแสเลือดก็จะไปทำลายผนังด้านในของหลอดเลือดไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ระดับ
ของสารโฮโมซีสทีนยังสูงอยู่ เพราะฉะนั้นอวัยวะที่สำคัญอย่างมาก อาทิ สมอง ถ้ามีการอุดตันของหลอดเลือดเล็ก ๆ
ในสมองก็จะทำให้ผู้ป่วยเกิดอัมพฤกษ์ - อัมพาตได้
วิธีการป้องกันไม่ให้สารโฮโมซีสทีนมีค่าสูงขึ้นเราก็ควรละลดอาหารโปรตีนลง แล้วก็ไปเพิ่มกลุ่มอาหารประเภทผัก
ผลไม้มากขึ้น รับประทานอาหารแบบไทย ๆ ดีอยู่แล้ว เพราะจะทำให้ระดับโฮโมซีสทีนในเรื่องไม่สูงเกินไป
ถ้าเราไม่แน่ใจว่ารับประทานอาหารกลุ่มต่าง ๆ ได้เพียงพอ เราก็กินวิตามิน พวกกรดโฟลิก วิตามินบี6 วิตามินบี12
(มีใน 7 รีทอกพ

ลัส) เพื่อเปลี่ยนโมเลกุลโฮโมซีสเตอีน (homocysteine) ให้ไปเป็นกรดอามิโน ชื่อเมทิโอนีน (methionine)
ทำให้โฮโมซีสทีนใน เมื่อร่างกายลดลง
การขาดวิตามินบี.12 ก็จะทำให้มีสารโฮโมซีสเตอีนคั่งค้างอยู่ในร่างกาย เป็นอันตรายกับผนังหลอดเลือด
การออกกำลังกายเป็นประจำ ก็จะทำให้ระบบเลือดหมุนเวียนดี สารโฮโมซีสทีนจะถูกขับถ่ายออกทางทางปัสสาวะ ก็คือ ทางไต
การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ยังช่วยเผาผลาญไขมันส่วนอื่นออกไปด้วย


วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งปอดมี 5 ประการ

สาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งปอดมี 5 ประการ
1. มลภาวะทางอากาศ โดยเฉพาะหมอกฝุ่นควันที่มีค่า PM2.5 สูงกว่ามาตรฐาน

2. ควันบุหรี่ ไม่ว่าการสูบเอง หรือรับควันบุหรี่มือสอง มือสาม ล้วนจะได้รับสารพิษที่อาจทำให้เกิดมะเร็งกว่า 60 ชนิดเข้าสู่ร่างกาย
ผลการวิจัยปรากฏว่า ผู้เป็นมะเร็งปอด 85% มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่

3. ควันน้ำมันจากการผัดกับข้าวในห้องครัว ถ้าไม่มีการถ่ายเทอากาศในห้องครัว ควันน้ำมันที่เกิดจากการทอด ปิ้ง ย่าง และผัดจะทำลายระบบทางเดินหายใจของแม่ครัวพ่อครัว

4. การตกแต่งบ้าน การใช้หินอ่อน (Marble) ธรรมชาติปูพื้น ทำโต๊ะปรุงอาหาร หินอ่อนธรรมชาติมีสารเรดอน(Radon) ซึ่งองค์การอนามัยโลกประกาศอย่างเป็นทางการว่า เป็นสารก่อมะเร็ง และเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ฟอร์มาลดีไฮด์ และเบนซิน(Benzene) ซึ่งเป็นสารพิษที่อาจทำให้เกิดมะเร็งได้

5. ความเครียดของจิตใจ การโกรธแค้น โมโห เป็นบุคลิกของคนเป็น
มะเร็ง เมื่อมีปัญหาในการใช้ชีวิตครอบครัว หรือมีแรงกดดันด้านการทำงาน แก้ไขไม่ได้ ไม่สามารถระบายอารมณ์ไม่ดีออกไปจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเช่นกัน
ความจริง ทุกคนมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นมะเร็ง เพราะว่าในร่างกายคน มีเซลล์มะเร็งอยู่ตลอดชีวิต เมื่อถูกแรงกดดันหรือปัจจัยภายนอกกระตุ้น เซลล์มะเร็งก็อาจจะตื่นขึ้นหรือฟื้นตัว